Beginner Friendly Platform Review

แพลตฟอร์มขายของออนไลน์ที่ดีที่สุดในไทย (2026)

StoreStarter Team | | 5 min read

What You'll Learn

เปรียบเทียบ 7 แพลตฟอร์มขายของออนไลน์ในไทย — Shopee, Lazada, LINE MyShop, TikTok Shop, Facebook Shop, LnwShop, Shopify ค่าใช้จ่าย ข้อดีข้อเสีย และข้อเสนอแนะสำหรับมือใหม่

เจ็ดแพลตฟอร์ม สามประเภท หนึ่งตัวเลือกที่จะเปลี่ยนทิศทางธุรกิจของคุณ

การเลือกแพลตฟอร์มขายของออนไลน์ในไทยไม่ใช่เรื่องง่าย Shopee ดึงดูดลูกค้าเป็นล้าน Lazada มีระบบ LazMall ที่น่าเชื่อถือ TikTok Shop กำลังเติบโตจากกระแสวิดีโอสั้น LINE MyShop ช่วยให้ขายผ่านแอปที่คนไทยใช้มากที่สุด Facebook Shop ขายตรงหาเพื่อนและชุมชน LnwShop เป็นแพลตฟอร์มสัญชาติไทยที่ใช้ง่าย Shopify มีธีมสวยและแอปเสริมนับพัน

แต่ละแพลตฟอร์มเหมาะกับผู้ขายคนละแบบ คู่มือนี้จะเปรียบเทียบทั้ง 7 อย่างตรงไปตรงมา — ค่าใช้จ่ายจริงเป็นบาท ข้อดีข้อเสียที่ไม่ซ่อน และคำแนะนำที่ชัดเจนว่าแพลตฟอร์มไหนเหมาะกับสถานการณ์ของคุณ

เกณฑ์ที่ใช้เปรียบเทียบ

เราเปรียบเทียบแต่ละแพลตฟอร์มจาก 7 มิติที่สำคัญสำหรับผู้ขายไทย:

  1. ค่าใช้จ่าย — ค่าสมัคร ค่ารายเดือน ค่าคอมมิชชั่น ค่าธรรมเนียมทั้งหมด
  2. ลูกค้าในตัว — มีลูกค้าพร้อมให้ทันทีหรือต้องหาเอง
  3. ความง่ายในการใช้งาน — มือใหม่เปิดร้านได้เร็วแค่ไหน
  4. ระบบจัดส่ง — เชื่อมต่อขนส่งไทยหรือไม่ Flash Express, Kerry, J&T
  5. การสร้างแบรนด์ — ควบคุมภาพลักษณ์ร้านได้มากแค่ไหน
  6. ความยืดหยุ่น — ขยายได้เมื่อธุรกิจโต
  7. ฐานผู้ใช้ในไทย — ขนาดตลาดและความนิยมของแพลตฟอร์มในประเทศไทย

ตารางเปรียบเทียบสรุป

แพลตฟอร์มเหมาะกับค่าใช้จ่ายเริ่มต้นลูกค้าในตัวระบบจัดส่งความง่ายฐานผู้ใช้
Shopeeมือใหม่ที่ต้องการขายเร็วฟรี (จ่ายคอมมิชชั่น)มากในตัวง่ายมากสูงมาก
Lazadaผู้ขายที่ต้องการภาพลักษณ์ดีฟรี (จ่ายคอมมิชชั่น)มากในตัวง่ายสูง
TikTok Shopผู้ขายที่ชอบทำคอนเทนต์ฟรี (จ่ายคอมมิชชั่น)มาก (ผ่านวิดีโอ)ในตัวปานกลางสูง
LINE MyShopผู้ขายที่มีฐานลูกค้า LINEฟรี (จ่ายคอมมิชชั่น)ปานกลางเชื่อมต่อได้ง่ายสูงมาก
Facebook Shopผู้ขายในชุมชน/CODฟรีปานกลางไม่มีในตัวง่ายสูง
LnwShopคนไทยที่อยากมีเว็บไซต์เองฟรี — 990 บาท/เดือนไม่มีเชื่อมต่อได้ง่ายปานกลาง
Shopifyผู้สร้างแบรนด์ระดับสากล1,400 บาท/เดือนไม่มีเชื่อมต่อได้ง่ายต้องหาเอง

แพลตฟอร์ม Marketplace — ลูกค้าพร้อม ไม่ต้องหาเอง

เปรียบเทียบแพลตฟอร์ม Marketplace Shopee Lazada TikTok Shop สำหรับผู้ขายไทย

Marketplace คือแพลตฟอร์มที่รวมผู้ซื้อและผู้ขายไว้ในที่เดียว ข้อได้เปรียบสำคัญคือมีลูกค้าพร้อมรอซื้อโดยไม่ต้องทำการตลาดเอง เหมาะกับมือใหม่ที่ยังไม่มีฐานลูกค้า สำหรับผู้เริ่มต้นในไทย marketplace คือจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุด เพราะคุณจะได้เรียนรู้พื้นฐานการขายออนไลน์จากลูกค้าจริง ก่อนที่จะลงทุนสร้างแบรนด์ของตัวเอง

Shopee: ทางเลือกอันดับ 1 สำหรับมือใหม่

Shopee Thailand เป็น marketplace ที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดในไทย ถ้าคุณเพิ่งเริ่มต้นและต้องการขายให้เร็วที่สุด Shopee คือจุดเริ่มต้นที่สมเหตุสมผลที่สุด

จุดแข็ง:

  • ผู้ใช้งานหลายสิบล้านคนต่อเดือน — ลูกค้าพร้อมรอซื้อ
  • สมัครฟรี ไม่มีค่ารายเดือน
  • ระบบจัดส่ง Shopee Supported Logistics เชื่อมต่อ Flash Express, Kerry, J&T อัตโนมัติ
  • เครื่องมือโปรโมชั่นมากมาย — Flash Sale, Shopee Live, โค้ดส่วนลด, Shopee Ads
  • แอปผู้ขายใช้งานง่าย จัดการได้จากมือถือ

จุดอ่อน:

  • ค่าคอมมิชชั่น 2-6% + ค่าธรรมเนียมชำระเงิน 2% ต่อออเดอร์
  • แข่งขันราคาสูงมาก ร้านเหมือนกันเยอะ
  • ไม่สามารถสร้างแบรนด์ที่แตกต่างได้ — ร้านทุกร้านหน้าตาเดียวกัน
  • ลูกค้าเป็นของ Shopee ไม่ใช่ของคุณ ไม่ได้ข้อมูล email ลูกค้า

ค่าใช้จ่าย:

รายการค่าใช้จ่าย
ค่าสมัครฟรี
ค่ารายเดือนฟรี
ค่าคอมมิชชั่น2-6% ต่อออเดอร์
ค่าธรรมเนียมชำระเงิน~2%
Shopee Ads (เลือกได้)เริ่มต้น 50 บาท/วัน

เหมาะกับ: มือใหม่ที่ต้องการเริ่มขายเร็ว มีงบจำกัด ไม่อยากยุ่งกับการสร้างเว็บไซต์

Lazada: สำหรับผู้ขายที่ต้องการภาพลักษณ์ที่ดี

Lazada Thailand เป็น marketplace อันดับ 2 ในเครือ Alibaba Group มีระบบ LazMall ที่ช่วยให้ร้านค้าดูน่าเชื่อถือมากขึ้น

จุดแข็ง:

  • LazMall สำหรับแบรนด์อย่างเป็นทางการ — ต้องสมัครผ่านกระบวนการ verify แสดงว่าสินค้าของแท้ สร้างความน่าเชื่อถือกับลูกค้า
  • ระบบ Lazada Logistics ครอบคลุมทั่วประเทศ
  • Sponsored Products และเครื่องมือโฆษณาที่มีประสิทธิภาพ
  • ลูกค้ากลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงกว่า Shopee เล็กน้อย

จุดอ่อน:

  • ค่าคอมมิชชั่น 2-8% (LazMall สูงกว่าร้านทั่วไป)
  • ระบบ Seller Centre ซับซ้อนกว่า Shopee เล็กน้อย
  • ทราฟฟิกน้อยกว่า Shopee ในไทย
  • กฎระเบียบเข้มงวดกว่า โดยเฉพาะ LazMall ที่ต้องผ่านการ verify สินค้า

เหมาะกับ: ผู้ขายที่มีแบรนด์ หรือขายสินค้าระดับกลาง-สูง ที่ต้องการภาพลักษณ์ที่เป็นมืออาชีพ

TikTok Shop: สำหรับคนชอบทำคอนเทนต์

TikTok Shop Thailand กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะกับสินค้าที่ขายผ่านวิดีโอและ Live ได้ดี

จุดแข็ง:

  • ลูกค้ากลุ่มใหม่ ส่วนใหญ่อายุ 18-35 ปี
  • ระบบ Affiliate ให้ครีเอเตอร์และ KOL ช่วยโปรโมทสินค้าให้ — คุณกำหนด % commission เองได้
  • สินค้าไวรัลสามารถทำยอดขายพุ่งได้ในข้ามคืน
  • Live Shopping เป็นช่องทางที่ทรงพลังมาก

จุดอ่อน:

  • ต้องทำคอนเทนต์วิดีโออย่างสม่ำเสมอ — ไม่มีวิดีโอ ไม่มียอดขาย
  • ค่าคอมมิชชั่น 3-5%
  • ยอดขายผันผวนสูง ขึ้นอยู่กับอัลกอริทึม
  • ต้องมีทักษะการถ่ายวิดีโอและไลฟ์ขายของ

ค่าใช้จ่าย:

รายการค่าใช้จ่าย
ค่าสมัครฟรี
ค่าคอมมิชชั่น3-5%
ค่า Affiliate (ถ้าใช้)กำหนดเองได้ (มักจะ 5-20%)
TikTok Ads (เลือกได้)เริ่มต้น 200 บาท/วัน

เหมาะกับ: ผู้ขายที่ชอบถ่ายวิดีโอ สินค้าที่ต้อง “โชว์” เช่น เสื้อผ้า เครื่องสำอาง อาหาร สินค้าแก้ปัญหา

Social Commerce — ขายผ่านโซเชียลมีเดีย

ขายของออนไลน์ผ่านโซเชียลมีเดีย LINE MyShop Facebook Shop สำหรับผู้ขายไทย

Social Commerce คือการขายของผ่านแอปโซเชียลที่คุณใช้อยู่แล้ว แทนที่จะแข่งขันกับร้านค้าหลายพันร้านใน marketplace คุณขายตรงหาคนที่รู้จักคุณอยู่แล้ว ซึ่งมักจะปิดการขายได้ง่ายกว่า จุดแข็งของ Social Commerce ในไทยคือลูกค้าคุ้นเคยกับการซื้อของผ่าน LINE และ Facebook อยู่แล้ว ทำให้กระบวนการซื้อขายเกิดขึ้นในแอปที่พวกเขาเปิดอยู่ทุกวัน โดยเฉพาะสำหรับผู้ขายที่มีชุมชนหรือกลุ่มลูกค้าอยู่แล้ว Social Commerce อาจให้ conversion rate สูงกว่า marketplace

LINE MyShop: ขายตรงหาลูกค้า LINE

LINE MyShop ให้คุณเปิดร้านค้าออนไลน์ผ่าน LINE Official Account โดยตรง เป็นช่องทางที่ได้เปรียบมากในไทยเพราะ LINE มีผู้ใช้งานกว่า 54 ล้านคนในประเทศ ตามข้อมูลของ LINE Thailand

จุดแข็ง:

  • ขายตรงหาลูกค้าที่ follow LINE OA ของคุณอยู่แล้ว — ไม่ต้องแข่งราคากับร้านอื่น
  • สมัครฟรีผ่าน LINE Official Account
  • ระบบแจ้งเตือนออเดอร์ผ่าน LINE ทันที — ลูกค้าไม่ต้องออกจากแอป
  • เชื่อมต่อ Kerry, Flash Express, J&T ได้
  • เหมาะมากสำหรับการขายซ้ำ (repeat customers)

จุดอ่อน:

  • ต้องมีฐานผู้ติดตาม LINE OA อยู่แล้วถึงจะได้ผล — ถ้าเพิ่งเริ่ม ต้องสร้างฐานลูกค้าก่อน
  • ระบบจัดการสินค้าไม่ครบครันเท่า Shopee หรือ LnwShop
  • ไม่มีระบบค้นหาสินค้าเหมือน marketplace — ลูกค้าต้องเข้ามาหาคุณ
  • เหมาะกับร้านที่มีสินค้าไม่มาก (ไม่เกิน 50-100 รายการ)

ค่าใช้จ่าย:

รายการค่าใช้จ่าย
ค่าสมัครฟรี
ค่าธรรมเนียมต่อออเดอร์3% ตามข้อมูลจาก LINE Shopping
ค่า LINE OA (ถ้าต้องการส่ง message)แพ็คเกจฟรี 500 messages/เดือน

เหมาะกับ: ผู้ขายที่มีฐานลูกค้าใน LINE อยู่แล้ว ร้านที่ขายซ้ำบ่อย หรือคนที่ทำธุรกิจในชุมชนที่ใช้ LINE เป็นช่องทางหลัก

Facebook Shop: ขายในชุมชนและเครือข่าย

Facebook Business Thailand ให้คุณสร้าง Shop บน Facebook Page และ Facebook Marketplace ได้ฟรี เป็นช่องทางที่นิยมสำหรับการขายแบบ COD (เก็บเงินปลายทาง) ในไทย

จุดแข็ง:

  • สร้าง Facebook Shop และแสดงสินค้าบน Facebook Page ได้ฟรี
  • Facebook Marketplace ช่วยให้คนใกล้เคียงค้นพบสินค้าของคุณได้
  • เหมาะกับการขายในกลุ่ม Facebook ที่มีลูกค้าเฉพาะกลุ่ม
  • แชทกับลูกค้าผ่าน Messenger ได้ทันที — ปิดการขาย COD ง่าย
  • โฆษณา Facebook Ads เจาะกลุ่มเป้าหมายได้แม่นยำมาก

จุดอ่อน:

  • ไม่มีระบบชำระเงินออนไลน์ในตัว — ต้องโอนเงินหรือ COD เป็นหลัก
  • ไม่มีระบบจัดส่งในตัว — ต้องจองขนส่งเอง
  • Reach ของ Facebook Page ลดลงเรื่อยๆ ต้องพึ่ง Facebook Ads มากขึ้น
  • จัดการออเดอร์ยากถ้าขายเยอะ — ไม่มีระบบ order management

ค่าใช้จ่าย:

รายการค่าใช้จ่าย
สร้าง Facebook Shopฟรี
Facebook Marketplaceฟรี
Facebook Ads (เลือกได้)เริ่มต้น 30 บาท/วัน

เหมาะกับ: ผู้ขายที่มีชุมชน Facebook อยู่แล้ว ขายสินค้า COD สินค้ามือสองหรือสินค้าที่เจาะกลุ่มเพื่อนและครอบครัว

เว็บไซต์ร้านค้าของคุณเอง — สร้างแบรนด์ระยะยาว

สร้างเว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์ด้วย LnwShop หรือ Shopify สำหรับผู้ขายไทย

การมีเว็บไซต์ร้านเป็นของตัวเองหมายความว่าลูกค้าเป็นของคุณ คุณควบคุมแบรนด์ได้ทั้งหมด และไม่ต้องจ่ายค่าคอมมิชชั่นต่อออเดอร์ ข้อเสียคือต้องหาทราฟฟิกเอง ซึ่งต้องใช้เวลาและงบการตลาด คำแนะนำสำหรับมือใหม่คือยังไม่ต้องรีบเปิดเว็บไซต์เอง ให้ทดสอบตลาดและพิสูจน์สินค้าก่อนผ่าน marketplace เมื่อมียอดขายสม่ำเสมอ 30-50 ออเดอร์/เดือน นั่นคือสัญญาณว่าถึงเวลาพิจารณาเว็บไซต์เป็นของตัวเอง

LnwShop: แพลตฟอร์มสัญชาติไทย

LnwShop เป็นแพลตฟอร์มสร้างเว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์ที่พัฒนาโดยคนไทย สำหรับคนไทย เหมาะกับผู้ขายที่ต้องการมีเว็บไซต์เป็นของตัวเองโดยไม่ต้องการทักษะเทคนิค

จุดแข็ง:

  • แพ็คเกจฟรีให้เริ่มต้น (จำกัดสินค้าและฟีเจอร์)
  • ภาษาไทยทั้งระบบ — แดชบอร์ด คู่มือ ทีมซัพพอร์ตพูดไทย ตอบได้ทันที
  • เชื่อมต่อ Shopee และ Lazada ได้ — ขายทั้งเว็บไซต์เองและ marketplace จากที่เดียว
  • ราคาถูกกว่า Shopify มาก แพ็คเกจเสียเงินเริ่มต้น 490-990 บาท/เดือน
  • ระบบชำระเงินไทย (PromptPay, โอนธนาคาร, บัตรเครดิต) พร้อมใช้โดยไม่ต้องติดตั้งเพิ่ม

จุดอ่อน:

  • ธีมและดีไซน์มีให้เลือกน้อยกว่า Shopify
  • ไม่เหมาะกับการขายต่างประเทศ
  • ระบบแอปเสริมจำกัด
  • SEO และเครื่องมือการตลาดไม่แข็งแรงเท่า Shopify

ค่าใช้จ่าย:

แพ็คเกจราคา/เดือนสินค้าฟีเจอร์หลัก
ฟรี0 บาทจำกัดร้านพื้นฐาน
Standard490 บาทไม่จำกัดโดเมนเอง, วิเคราะห์ข้อมูล
Premium990 บาทไม่จำกัดเชื่อมต่อ marketplace, ฟีเจอร์เต็ม

อ่านรีวิวฉบับเต็มที่ รีวิว LnwShop

เหมาะกับ: คนไทยที่อยากมีเว็บไซต์ร้านเป็นของตัวเอง ไม่ถนัดภาษาอังกฤษ และต้องการแพลตฟอร์มที่ใช้งานง่ายราคาไม่แพง

Shopify: สำหรับผู้สร้างแบรนด์ระดับสากล

Shopify เป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซอันดับ 1 ของโลก เหมาะกับผู้ขายที่ต้องการร้านค้าที่ดูมืออาชีพและขยายไปต่างประเทศได้

จุดแข็ง:

  • ธีมสวย มืออาชีพ ร้านดูดีตั้งแต่วันแรก (ธีมฟรี 12 ตัว + ธีมพรีเมียม 17,000-45,000 บาท)
  • แอปเสริมมากกว่า 8,000 ตัว — ทำอะไรก็ได้
  • SEO และเครื่องมือการตลาดแข็งแรงมาก
  • เหมาะกับการขายต่างประเทศ
  • อัปไทม์ 99.98% — ร้านไม่ล่ม

จุดอ่อน:

  • ราคาเริ่มต้น 1,400 บาท/เดือน (อัตราแลกเปลี่ยนโดยประมาณ)
  • แดชบอร์ดเป็นภาษาอังกฤษ
  • ต้องเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มอีก 0.6-2% เมื่อใช้ payment gateway ภายนอก — สำหรับไทยนิยมใช้ Omise หรือ 2C2P
  • ไม่มีลูกค้าในตัว ต้องหาทราฟฟิกเอง
  • ระบบจัดส่งไทยต้องติดตั้งแอปเสริม

ค่าใช้จ่าย:

แพ็คเกจราคา/เดือน (โดยประมาณ)ค่าธรรมเนียมเพิ่ม
Basic1,400 บาท2%
Shopify3,850 บาท1%
Advanced14,700 บาท0.6%

ลองคำนวณต้นทุนเริ่มต้นทั้งหมดของคุณได้ที่ เครื่องคำนวณต้นทุน

อ่านรีวิวฉบับเต็มที่ รีวิว Shopify สำหรับผู้ขายไทย

เหมาะกับ: ผู้ขายที่สร้างแบรนด์พรีเมียม ต้องการขายต่างประเทศ มีงบลงทุนค่าแพลตฟอร์ม และพร้อมเรียนรู้ระบบภาษาอังกฤษ

วิธีเลือกแพลตฟอร์มที่เหมาะกับคุณ

ไม่ต้องเดา ดูสถานการณ์ของคุณแล้วเลือกตาม:

คุณเป็นมือใหม่ งบน้อย ไม่มีลูกค้าเลย — เริ่มจาก Shopee ลูกค้าพร้อม ไม่มีค่าใช้จ่ายล่วงหน้า เรียนรู้พื้นฐานการขายออนไลน์ได้ทันที

คุณชอบทำวิดีโอและไลฟ์ — ลอง TikTok Shop หรือ LINE MyShop TikTok Shop ดีสำหรับการหาลูกค้าใหม่ผ่านคอนเทนต์ LINE MyShop ดีสำหรับขายซ้ำกับลูกค้าที่มีอยู่แล้ว

คุณขายให้กลุ่มเพื่อน ชุมชน หรือทำ CODFacebook Shop ร่วมกับ LINE MyShop ทำงานร่วมกันได้ดี คุณปิดการขายผ่าน Messenger หรือ LINE ได้โดยตรงโดยไม่ต้องแข่งราคาใน marketplace

คุณมียอดขายแล้ว อยากสร้างแบรนด์ระยะยาวLnwShop คือจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับผู้ขายไทย เมื่อโตพอ ค่อยย้ายหรือเพิ่ม Shopify เพื่อขยายตลาดต่างประเทศ

คำแนะนำ: ผู้ขายที่ประสบความสำเร็จในไทยมักใช้มากกว่าหนึ่งช่องทาง เริ่มจาก marketplace หนึ่งแห่งก่อน แล้วค่อยขยายเมื่อมั่นใจในสินค้า

สรุป: เลือกแพลตฟอร์มไหนดี

ไม่มีแพลตฟอร์มที่ “ดีที่สุด” สำหรับทุกคน แต่มีแพลตฟอร์มที่เหมาะกับสถานการณ์ของคุณ:

ถ้าคุณเป็นมือใหม่ ไม่มีประสบการณ์: เริ่มจาก Shopee คุณจะได้ลูกค้าเร็วที่สุด ไม่ต้องลงทุนค่าแพลตฟอร์ม และเรียนรู้พื้นฐานการขายออนไลน์ได้ทันที

ถ้าคุณชอบทำคอนเทนต์วิดีโอ: ใช้ TikTok Shop สินค้าที่ “โชว์” ได้ดี เช่น เสื้อผ้า เครื่องสำอาง อาหาร จะขายดีบนแพลตฟอร์มนี้

ถ้าคุณมีฐานลูกค้าใน LINE: เพิ่ม LINE MyShop ไว้ขายซ้ำและปิดการขายได้ง่ายกว่า marketplace ค่าธรรมเนียมต่ำกว่าและไม่ต้องแข่งราคากับร้านอื่น

ถ้าคุณขายในชุมชนหรือ COD: Facebook Shop ให้คุณขายตรงหาคนที่รู้จักคุณอยู่แล้ว ไม่ต้องสร้างฐานลูกค้าใหม่ตั้งแต่ต้น

ถ้าคุณอยากมีเว็บไซต์เอง แต่ไม่ถนัดภาษาอังกฤษ: ใช้ LnwShop ภาษาไทยทั้งระบบ ราคาถูก ซัพพอร์ตพูดไทย

ถ้าคุณสร้างแบรนด์พรีเมียมหรือขายต่างประเทศ: ใช้ Shopify ธีมสวย ระบบแข็งแรง ขยายได้ไม่จำกัด

คำแนะนำที่ดีที่สุด: เริ่มจาก marketplace (Shopee) เพื่อทดสอบตลาดและพิสูจน์ว่าสินค้าขายได้ พร้อมกับใช้ LINE หรือ Facebook ขายให้กลุ่มคนที่รู้จักคุณ เมื่อมียอดขายสม่ำเสมอแล้ว ค่อยเปิดเว็บไซต์ร้านเอง (LnwShop หรือ Shopify) เพื่อสร้างแบรนด์ระยะยาว ผู้ขายที่ประสบความสำเร็จมักใช้หลายช่องทางพร้อมกัน

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเริ่มต้น เลือกแพลตฟอร์มที่เหมาะกับตัวคุณวันนี้ แล้วค่อยเปลี่ยนหรือเพิ่มทีหลังได้เสมอ

คำถามที่พบบ่อย

แพลตฟอร์มไหนเหมาะกับมือใหม่ที่สุด?

Shopee เหมาะกับมือใหม่ที่สุดเพราะสมัครฟรี มีลูกค้าพร้อม ระบบจัดส่งในตัว และไม่ต้องสร้างเว็บไซต์เอง คุณจ่ายเฉพาะค่าคอมมิชชั่น 2-6% เมื่อขายได้ สำหรับคนที่อยากมีเว็บไซต์ร้านเป็นของตัวเอง LnwShop มีแพ็คเกจฟรีและระบบภาษาไทยทั้งหมด เริ่มต้นง่ายไม่ต้องมีความรู้เทคนิค

ค่าใช้จ่ายในการขายบน Shopee เท่าไร?

การสมัครเป็นผู้ขายบน Shopee ฟรี ค่าใช้จ่ายหลักคือค่าคอมมิชชั่น 2-6% ต่อออเดอร์ (ขึ้นอยู่กับหมวดสินค้า) ค่าธรรมเนียมการชำระเงิน 2% และค่าจัดส่ง (ส่วนหนึ่งอาจอุดหนุนโดย Shopee ในช่วงโปรโมชั่น) ไม่มีค่าสมัครหรือค่ารายเดือน จ่ายเฉพาะเมื่อขายได้จริง

ควรขายบน marketplace หรือเปิดเว็บไซต์เอง?

สำหรับมือใหม่ แนะนำให้เริ่มจาก marketplace (Shopee, Lazada) ก่อนเพราะมีลูกค้าพร้อมและไม่ต้องลงทุนค่าแพลตฟอร์ม เมื่อมียอดขายสม่ำเสมอแล้ว ค่อยเปิดเว็บไซต์ร้านเอง (LnwShop, Shopify) เพื่อสร้างแบรนด์และไม่ต้องจ่ายค่าคอมมิชชั่น ผู้ขายที่ประสบความสำเร็จมักขายทั้งสองช่องทางพร้อมกัน

LINE MyShop แตกต่างจาก Shopee อย่างไร?

LINE MyShop ขายผ่าน LINE OA ตรงถึงลูกค้าโดยไม่ต้องแข่งราคากับร้านค้าอื่น เหมาะกับคนที่มีฐานลูกค้าใน LINE อยู่แล้ว ค่าธรรมเนียม 3% ต่อออเดอร์ ตามข้อมูลจาก LINE Shopping ส่วน Shopee มีลูกค้าใหม่ที่ค้นหาสินค้า แต่ต้องแข่งราคามากกว่า ถ้าคุณมีคนติดตามใน LINE อยู่แล้ว LINE MyShop เพิ่มรายได้โดยไม่ต้องสร้างฐานลูกค้าใหม่

ก้าวต่อไป

พร้อมเลือกแล้ว? อ่านรีวิวเจาะลึกแต่ละแพลตฟอร์ม:

คำถามที่พบบ่อย

แพลตฟอร์มไหนเหมาะกับมือใหม่ที่สุด?
Shopee เหมาะกับมือใหม่ที่สุดเพราะสมัครฟรี มีลูกค้าพร้อม ระบบจัดส่งในตัว และไม่ต้องสร้างเว็บไซต์เอง คุณจ่ายเฉพาะค่าคอมมิชชั่น 2-6% เมื่อขายได้ สำหรับคนที่อยากมีเว็บไซต์ร้านเป็นของตัวเอง LnwShop มีแพ็คเกจฟรีและระบบภาษาไทยทั้งหมด เริ่มต้นง่ายไม่ต้องมีความรู้เทคนิค
ค่าใช้จ่ายในการขายบน Shopee เท่าไร?
การสมัครเป็นผู้ขายบน Shopee ฟรี ค่าใช้จ่ายหลักคือค่าคอมมิชชั่น 2-6% ต่อออเดอร์ (ขึ้นอยู่กับหมวดสินค้า) ค่าธรรมเนียมการชำระเงิน 2% และค่าจัดส่ง (ส่วนหนึ่งอาจอุดหนุนโดย Shopee ในช่วงโปรโมชั่น) ไม่มีค่าสมัครหรือค่ารายเดือน จ่ายเฉพาะเมื่อขายได้จริง
ควรขายบน marketplace หรือเปิดเว็บไซต์เอง?
สำหรับมือใหม่ แนะนำให้เริ่มจาก marketplace (Shopee, Lazada) ก่อนเพราะมีลูกค้าพร้อมและไม่ต้องลงทุนค่าแพลตฟอร์ม เมื่อมียอดขายสม่ำเสมอแล้ว ค่อยเปิดเว็บไซต์ร้านเอง (LnwShop, Shopify) เพื่อสร้างแบรนด์และไม่ต้องจ่ายค่าคอมมิชชั่น ผู้ขายที่ประสบความสำเร็จมักขายทั้งสองช่องทางพร้อมกัน
LINE MyShop แตกต่างจาก Shopee อย่างไร?
LINE MyShop ขายผ่าน LINE OA ตรงถึงลูกค้าโดยไม่ต้องแข่งราคากับร้านค้าอื่น เหมาะกับคนที่มีฐานลูกค้าใน LINE อยู่แล้ว ค่าธรรมเนียม 3% ต่อออเดอร์ ตามข้อมูลจาก LINE Shopping ส่วน Shopee มีลูกค้าใหม่ที่ค้นหาสินค้า แต่ต้องแข่งราคามากกว่า ถ้าคุณมีคนติดตามใน LINE อยู่แล้ว LINE MyShop เพิ่มรายได้โดยไม่ต้องสร้างฐานลูกค้าใหม่

Before you go, take the 30-day plan

Day-by-day path to your first online sale. Pick your track and start tomorrow. Free PDF.

You're in! Check your inbox for a welcome email.

No spam. Unsubscribe anytime.