เจ็ดแพลตฟอร์ม สามประเภท หนึ่งตัวเลือกที่จะเปลี่ยนทิศทางธุรกิจของคุณ
การเลือกแพลตฟอร์มขายของออนไลน์ในไทยไม่ใช่เรื่องง่าย Shopee ดึงดูดลูกค้าเป็นล้าน Lazada มีระบบ LazMall ที่น่าเชื่อถือ TikTok Shop กำลังเติบโตจากกระแสวิดีโอสั้น LINE MyShop ช่วยให้ขายผ่านแอปที่คนไทยใช้มากที่สุด Facebook Shop ขายตรงหาเพื่อนและชุมชน LnwShop เป็นแพลตฟอร์มสัญชาติไทยที่ใช้ง่าย Shopify มีธีมสวยและแอปเสริมนับพัน
แต่ละแพลตฟอร์มเหมาะกับผู้ขายคนละแบบ คู่มือนี้จะเปรียบเทียบทั้ง 7 อย่างตรงไปตรงมา — ค่าใช้จ่ายจริงเป็นบาท ข้อดีข้อเสียที่ไม่ซ่อน และคำแนะนำที่ชัดเจนว่าแพลตฟอร์มไหนเหมาะกับสถานการณ์ของคุณ
เกณฑ์ที่ใช้เปรียบเทียบ
เราเปรียบเทียบแต่ละแพลตฟอร์มจาก 7 มิติที่สำคัญสำหรับผู้ขายไทย:
- ค่าใช้จ่าย — ค่าสมัคร ค่ารายเดือน ค่าคอมมิชชั่น ค่าธรรมเนียมทั้งหมด
- ลูกค้าในตัว — มีลูกค้าพร้อมให้ทันทีหรือต้องหาเอง
- ความง่ายในการใช้งาน — มือใหม่เปิดร้านได้เร็วแค่ไหน
- ระบบจัดส่ง — เชื่อมต่อขนส่งไทยหรือไม่ Flash Express, Kerry, J&T
- การสร้างแบรนด์ — ควบคุมภาพลักษณ์ร้านได้มากแค่ไหน
- ความยืดหยุ่น — ขยายได้เมื่อธุรกิจโต
- ฐานผู้ใช้ในไทย — ขนาดตลาดและความนิยมของแพลตฟอร์มในประเทศไทย
ตารางเปรียบเทียบสรุป
| แพลตฟอร์ม | เหมาะกับ | ค่าใช้จ่ายเริ่มต้น | ลูกค้าในตัว | ระบบจัดส่ง | ความง่าย | ฐานผู้ใช้ |
|---|---|---|---|---|---|---|
| Shopee | มือใหม่ที่ต้องการขายเร็ว | ฟรี (จ่ายคอมมิชชั่น) | มาก | ในตัว | ง่ายมาก | สูงมาก |
| Lazada | ผู้ขายที่ต้องการภาพลักษณ์ดี | ฟรี (จ่ายคอมมิชชั่น) | มาก | ในตัว | ง่าย | สูง |
| TikTok Shop | ผู้ขายที่ชอบทำคอนเทนต์ | ฟรี (จ่ายคอมมิชชั่น) | มาก (ผ่านวิดีโอ) | ในตัว | ปานกลาง | สูง |
| LINE MyShop | ผู้ขายที่มีฐานลูกค้า LINE | ฟรี (จ่ายคอมมิชชั่น) | ปานกลาง | เชื่อมต่อได้ | ง่าย | สูงมาก |
| Facebook Shop | ผู้ขายในชุมชน/COD | ฟรี | ปานกลาง | ไม่มีในตัว | ง่าย | สูง |
| LnwShop | คนไทยที่อยากมีเว็บไซต์เอง | ฟรี — 990 บาท/เดือน | ไม่มี | เชื่อมต่อได้ | ง่าย | ปานกลาง |
| Shopify | ผู้สร้างแบรนด์ระดับสากล | 1,400 บาท/เดือน | ไม่มี | เชื่อมต่อได้ | ง่าย | ต้องหาเอง |
แพลตฟอร์ม Marketplace — ลูกค้าพร้อม ไม่ต้องหาเอง

Marketplace คือแพลตฟอร์มที่รวมผู้ซื้อและผู้ขายไว้ในที่เดียว ข้อได้เปรียบสำคัญคือมีลูกค้าพร้อมรอซื้อโดยไม่ต้องทำการตลาดเอง เหมาะกับมือใหม่ที่ยังไม่มีฐานลูกค้า สำหรับผู้เริ่มต้นในไทย marketplace คือจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุด เพราะคุณจะได้เรียนรู้พื้นฐานการขายออนไลน์จากลูกค้าจริง ก่อนที่จะลงทุนสร้างแบรนด์ของตัวเอง
Shopee: ทางเลือกอันดับ 1 สำหรับมือใหม่
Shopee Thailand เป็น marketplace ที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดในไทย ถ้าคุณเพิ่งเริ่มต้นและต้องการขายให้เร็วที่สุด Shopee คือจุดเริ่มต้นที่สมเหตุสมผลที่สุด
จุดแข็ง:
- ผู้ใช้งานหลายสิบล้านคนต่อเดือน — ลูกค้าพร้อมรอซื้อ
- สมัครฟรี ไม่มีค่ารายเดือน
- ระบบจัดส่ง Shopee Supported Logistics เชื่อมต่อ Flash Express, Kerry, J&T อัตโนมัติ
- เครื่องมือโปรโมชั่นมากมาย — Flash Sale, Shopee Live, โค้ดส่วนลด, Shopee Ads
- แอปผู้ขายใช้งานง่าย จัดการได้จากมือถือ
จุดอ่อน:
- ค่าคอมมิชชั่น 2-6% + ค่าธรรมเนียมชำระเงิน 2% ต่อออเดอร์
- แข่งขันราคาสูงมาก ร้านเหมือนกันเยอะ
- ไม่สามารถสร้างแบรนด์ที่แตกต่างได้ — ร้านทุกร้านหน้าตาเดียวกัน
- ลูกค้าเป็นของ Shopee ไม่ใช่ของคุณ ไม่ได้ข้อมูล email ลูกค้า
ค่าใช้จ่าย:
| รายการ | ค่าใช้จ่าย |
|---|---|
| ค่าสมัคร | ฟรี |
| ค่ารายเดือน | ฟรี |
| ค่าคอมมิชชั่น | 2-6% ต่อออเดอร์ |
| ค่าธรรมเนียมชำระเงิน | ~2% |
| Shopee Ads (เลือกได้) | เริ่มต้น 50 บาท/วัน |
เหมาะกับ: มือใหม่ที่ต้องการเริ่มขายเร็ว มีงบจำกัด ไม่อยากยุ่งกับการสร้างเว็บไซต์
Lazada: สำหรับผู้ขายที่ต้องการภาพลักษณ์ที่ดี
Lazada Thailand เป็น marketplace อันดับ 2 ในเครือ Alibaba Group มีระบบ LazMall ที่ช่วยให้ร้านค้าดูน่าเชื่อถือมากขึ้น
จุดแข็ง:
- LazMall สำหรับแบรนด์อย่างเป็นทางการ — ต้องสมัครผ่านกระบวนการ verify แสดงว่าสินค้าของแท้ สร้างความน่าเชื่อถือกับลูกค้า
- ระบบ Lazada Logistics ครอบคลุมทั่วประเทศ
- Sponsored Products และเครื่องมือโฆษณาที่มีประสิทธิภาพ
- ลูกค้ากลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงกว่า Shopee เล็กน้อย
จุดอ่อน:
- ค่าคอมมิชชั่น 2-8% (LazMall สูงกว่าร้านทั่วไป)
- ระบบ Seller Centre ซับซ้อนกว่า Shopee เล็กน้อย
- ทราฟฟิกน้อยกว่า Shopee ในไทย
- กฎระเบียบเข้มงวดกว่า โดยเฉพาะ LazMall ที่ต้องผ่านการ verify สินค้า
เหมาะกับ: ผู้ขายที่มีแบรนด์ หรือขายสินค้าระดับกลาง-สูง ที่ต้องการภาพลักษณ์ที่เป็นมืออาชีพ
TikTok Shop: สำหรับคนชอบทำคอนเทนต์
TikTok Shop Thailand กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะกับสินค้าที่ขายผ่านวิดีโอและ Live ได้ดี
จุดแข็ง:
- ลูกค้ากลุ่มใหม่ ส่วนใหญ่อายุ 18-35 ปี
- ระบบ Affiliate ให้ครีเอเตอร์และ KOL ช่วยโปรโมทสินค้าให้ — คุณกำหนด % commission เองได้
- สินค้าไวรัลสามารถทำยอดขายพุ่งได้ในข้ามคืน
- Live Shopping เป็นช่องทางที่ทรงพลังมาก
จุดอ่อน:
- ต้องทำคอนเทนต์วิดีโออย่างสม่ำเสมอ — ไม่มีวิดีโอ ไม่มียอดขาย
- ค่าคอมมิชชั่น 3-5%
- ยอดขายผันผวนสูง ขึ้นอยู่กับอัลกอริทึม
- ต้องมีทักษะการถ่ายวิดีโอและไลฟ์ขายของ
ค่าใช้จ่าย:
| รายการ | ค่าใช้จ่าย |
|---|---|
| ค่าสมัคร | ฟรี |
| ค่าคอมมิชชั่น | 3-5% |
| ค่า Affiliate (ถ้าใช้) | กำหนดเองได้ (มักจะ 5-20%) |
| TikTok Ads (เลือกได้) | เริ่มต้น 200 บาท/วัน |
เหมาะกับ: ผู้ขายที่ชอบถ่ายวิดีโอ สินค้าที่ต้อง “โชว์” เช่น เสื้อผ้า เครื่องสำอาง อาหาร สินค้าแก้ปัญหา
Social Commerce — ขายผ่านโซเชียลมีเดีย

Social Commerce คือการขายของผ่านแอปโซเชียลที่คุณใช้อยู่แล้ว แทนที่จะแข่งขันกับร้านค้าหลายพันร้านใน marketplace คุณขายตรงหาคนที่รู้จักคุณอยู่แล้ว ซึ่งมักจะปิดการขายได้ง่ายกว่า จุดแข็งของ Social Commerce ในไทยคือลูกค้าคุ้นเคยกับการซื้อของผ่าน LINE และ Facebook อยู่แล้ว ทำให้กระบวนการซื้อขายเกิดขึ้นในแอปที่พวกเขาเปิดอยู่ทุกวัน โดยเฉพาะสำหรับผู้ขายที่มีชุมชนหรือกลุ่มลูกค้าอยู่แล้ว Social Commerce อาจให้ conversion rate สูงกว่า marketplace
LINE MyShop: ขายตรงหาลูกค้า LINE
LINE MyShop ให้คุณเปิดร้านค้าออนไลน์ผ่าน LINE Official Account โดยตรง เป็นช่องทางที่ได้เปรียบมากในไทยเพราะ LINE มีผู้ใช้งานกว่า 54 ล้านคนในประเทศ ตามข้อมูลของ LINE Thailand
จุดแข็ง:
- ขายตรงหาลูกค้าที่ follow LINE OA ของคุณอยู่แล้ว — ไม่ต้องแข่งราคากับร้านอื่น
- สมัครฟรีผ่าน LINE Official Account
- ระบบแจ้งเตือนออเดอร์ผ่าน LINE ทันที — ลูกค้าไม่ต้องออกจากแอป
- เชื่อมต่อ Kerry, Flash Express, J&T ได้
- เหมาะมากสำหรับการขายซ้ำ (repeat customers)
จุดอ่อน:
- ต้องมีฐานผู้ติดตาม LINE OA อยู่แล้วถึงจะได้ผล — ถ้าเพิ่งเริ่ม ต้องสร้างฐานลูกค้าก่อน
- ระบบจัดการสินค้าไม่ครบครันเท่า Shopee หรือ LnwShop
- ไม่มีระบบค้นหาสินค้าเหมือน marketplace — ลูกค้าต้องเข้ามาหาคุณ
- เหมาะกับร้านที่มีสินค้าไม่มาก (ไม่เกิน 50-100 รายการ)
ค่าใช้จ่าย:
| รายการ | ค่าใช้จ่าย |
|---|---|
| ค่าสมัคร | ฟรี |
| ค่าธรรมเนียมต่อออเดอร์ | 3% ตามข้อมูลจาก LINE Shopping |
| ค่า LINE OA (ถ้าต้องการส่ง message) | แพ็คเกจฟรี 500 messages/เดือน |
เหมาะกับ: ผู้ขายที่มีฐานลูกค้าใน LINE อยู่แล้ว ร้านที่ขายซ้ำบ่อย หรือคนที่ทำธุรกิจในชุมชนที่ใช้ LINE เป็นช่องทางหลัก
Facebook Shop: ขายในชุมชนและเครือข่าย
Facebook Business Thailand ให้คุณสร้าง Shop บน Facebook Page และ Facebook Marketplace ได้ฟรี เป็นช่องทางที่นิยมสำหรับการขายแบบ COD (เก็บเงินปลายทาง) ในไทย
จุดแข็ง:
- สร้าง Facebook Shop และแสดงสินค้าบน Facebook Page ได้ฟรี
- Facebook Marketplace ช่วยให้คนใกล้เคียงค้นพบสินค้าของคุณได้
- เหมาะกับการขายในกลุ่ม Facebook ที่มีลูกค้าเฉพาะกลุ่ม
- แชทกับลูกค้าผ่าน Messenger ได้ทันที — ปิดการขาย COD ง่าย
- โฆษณา Facebook Ads เจาะกลุ่มเป้าหมายได้แม่นยำมาก
จุดอ่อน:
- ไม่มีระบบชำระเงินออนไลน์ในตัว — ต้องโอนเงินหรือ COD เป็นหลัก
- ไม่มีระบบจัดส่งในตัว — ต้องจองขนส่งเอง
- Reach ของ Facebook Page ลดลงเรื่อยๆ ต้องพึ่ง Facebook Ads มากขึ้น
- จัดการออเดอร์ยากถ้าขายเยอะ — ไม่มีระบบ order management
ค่าใช้จ่าย:
| รายการ | ค่าใช้จ่าย |
|---|---|
| สร้าง Facebook Shop | ฟรี |
| Facebook Marketplace | ฟรี |
| Facebook Ads (เลือกได้) | เริ่มต้น 30 บาท/วัน |
เหมาะกับ: ผู้ขายที่มีชุมชน Facebook อยู่แล้ว ขายสินค้า COD สินค้ามือสองหรือสินค้าที่เจาะกลุ่มเพื่อนและครอบครัว
เว็บไซต์ร้านค้าของคุณเอง — สร้างแบรนด์ระยะยาว

การมีเว็บไซต์ร้านเป็นของตัวเองหมายความว่าลูกค้าเป็นของคุณ คุณควบคุมแบรนด์ได้ทั้งหมด และไม่ต้องจ่ายค่าคอมมิชชั่นต่อออเดอร์ ข้อเสียคือต้องหาทราฟฟิกเอง ซึ่งต้องใช้เวลาและงบการตลาด คำแนะนำสำหรับมือใหม่คือยังไม่ต้องรีบเปิดเว็บไซต์เอง ให้ทดสอบตลาดและพิสูจน์สินค้าก่อนผ่าน marketplace เมื่อมียอดขายสม่ำเสมอ 30-50 ออเดอร์/เดือน นั่นคือสัญญาณว่าถึงเวลาพิจารณาเว็บไซต์เป็นของตัวเอง
LnwShop: แพลตฟอร์มสัญชาติไทย
LnwShop เป็นแพลตฟอร์มสร้างเว็บไซต์ร้านค้าออนไลน์ที่พัฒนาโดยคนไทย สำหรับคนไทย เหมาะกับผู้ขายที่ต้องการมีเว็บไซต์เป็นของตัวเองโดยไม่ต้องการทักษะเทคนิค
จุดแข็ง:
- แพ็คเกจฟรีให้เริ่มต้น (จำกัดสินค้าและฟีเจอร์)
- ภาษาไทยทั้งระบบ — แดชบอร์ด คู่มือ ทีมซัพพอร์ตพูดไทย ตอบได้ทันที
- เชื่อมต่อ Shopee และ Lazada ได้ — ขายทั้งเว็บไซต์เองและ marketplace จากที่เดียว
- ราคาถูกกว่า Shopify มาก แพ็คเกจเสียเงินเริ่มต้น 490-990 บาท/เดือน
- ระบบชำระเงินไทย (PromptPay, โอนธนาคาร, บัตรเครดิต) พร้อมใช้โดยไม่ต้องติดตั้งเพิ่ม
จุดอ่อน:
- ธีมและดีไซน์มีให้เลือกน้อยกว่า Shopify
- ไม่เหมาะกับการขายต่างประเทศ
- ระบบแอปเสริมจำกัด
- SEO และเครื่องมือการตลาดไม่แข็งแรงเท่า Shopify
ค่าใช้จ่าย:
| แพ็คเกจ | ราคา/เดือน | สินค้า | ฟีเจอร์หลัก |
|---|---|---|---|
| ฟรี | 0 บาท | จำกัด | ร้านพื้นฐาน |
| Standard | 490 บาท | ไม่จำกัด | โดเมนเอง, วิเคราะห์ข้อมูล |
| Premium | 990 บาท | ไม่จำกัด | เชื่อมต่อ marketplace, ฟีเจอร์เต็ม |
อ่านรีวิวฉบับเต็มที่ รีวิว LnwShop
เหมาะกับ: คนไทยที่อยากมีเว็บไซต์ร้านเป็นของตัวเอง ไม่ถนัดภาษาอังกฤษ และต้องการแพลตฟอร์มที่ใช้งานง่ายราคาไม่แพง
Shopify: สำหรับผู้สร้างแบรนด์ระดับสากล
Shopify เป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซอันดับ 1 ของโลก เหมาะกับผู้ขายที่ต้องการร้านค้าที่ดูมืออาชีพและขยายไปต่างประเทศได้
จุดแข็ง:
- ธีมสวย มืออาชีพ ร้านดูดีตั้งแต่วันแรก (ธีมฟรี 12 ตัว + ธีมพรีเมียม 17,000-45,000 บาท)
- แอปเสริมมากกว่า 8,000 ตัว — ทำอะไรก็ได้
- SEO และเครื่องมือการตลาดแข็งแรงมาก
- เหมาะกับการขายต่างประเทศ
- อัปไทม์ 99.98% — ร้านไม่ล่ม
จุดอ่อน:
- ราคาเริ่มต้น 1,400 บาท/เดือน (อัตราแลกเปลี่ยนโดยประมาณ)
- แดชบอร์ดเป็นภาษาอังกฤษ
- ต้องเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มอีก 0.6-2% เมื่อใช้ payment gateway ภายนอก — สำหรับไทยนิยมใช้ Omise หรือ 2C2P
- ไม่มีลูกค้าในตัว ต้องหาทราฟฟิกเอง
- ระบบจัดส่งไทยต้องติดตั้งแอปเสริม
ค่าใช้จ่าย:
| แพ็คเกจ | ราคา/เดือน (โดยประมาณ) | ค่าธรรมเนียมเพิ่ม |
|---|---|---|
| Basic | 1,400 บาท | 2% |
| Shopify | 3,850 บาท | 1% |
| Advanced | 14,700 บาท | 0.6% |
ลองคำนวณต้นทุนเริ่มต้นทั้งหมดของคุณได้ที่ เครื่องคำนวณต้นทุน
อ่านรีวิวฉบับเต็มที่ รีวิว Shopify สำหรับผู้ขายไทย
เหมาะกับ: ผู้ขายที่สร้างแบรนด์พรีเมียม ต้องการขายต่างประเทศ มีงบลงทุนค่าแพลตฟอร์ม และพร้อมเรียนรู้ระบบภาษาอังกฤษ
วิธีเลือกแพลตฟอร์มที่เหมาะกับคุณ
ไม่ต้องเดา ดูสถานการณ์ของคุณแล้วเลือกตาม:
คุณเป็นมือใหม่ งบน้อย ไม่มีลูกค้าเลย — เริ่มจาก Shopee ลูกค้าพร้อม ไม่มีค่าใช้จ่ายล่วงหน้า เรียนรู้พื้นฐานการขายออนไลน์ได้ทันที
คุณชอบทำวิดีโอและไลฟ์ — ลอง TikTok Shop หรือ LINE MyShop TikTok Shop ดีสำหรับการหาลูกค้าใหม่ผ่านคอนเทนต์ LINE MyShop ดีสำหรับขายซ้ำกับลูกค้าที่มีอยู่แล้ว
คุณขายให้กลุ่มเพื่อน ชุมชน หรือทำ COD — Facebook Shop ร่วมกับ LINE MyShop ทำงานร่วมกันได้ดี คุณปิดการขายผ่าน Messenger หรือ LINE ได้โดยตรงโดยไม่ต้องแข่งราคาใน marketplace
คุณมียอดขายแล้ว อยากสร้างแบรนด์ระยะยาว — LnwShop คือจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับผู้ขายไทย เมื่อโตพอ ค่อยย้ายหรือเพิ่ม Shopify เพื่อขยายตลาดต่างประเทศ
คำแนะนำ: ผู้ขายที่ประสบความสำเร็จในไทยมักใช้มากกว่าหนึ่งช่องทาง เริ่มจาก marketplace หนึ่งแห่งก่อน แล้วค่อยขยายเมื่อมั่นใจในสินค้า
สรุป: เลือกแพลตฟอร์มไหนดี
ไม่มีแพลตฟอร์มที่ “ดีที่สุด” สำหรับทุกคน แต่มีแพลตฟอร์มที่เหมาะกับสถานการณ์ของคุณ:
ถ้าคุณเป็นมือใหม่ ไม่มีประสบการณ์: เริ่มจาก Shopee คุณจะได้ลูกค้าเร็วที่สุด ไม่ต้องลงทุนค่าแพลตฟอร์ม และเรียนรู้พื้นฐานการขายออนไลน์ได้ทันที
ถ้าคุณชอบทำคอนเทนต์วิดีโอ: ใช้ TikTok Shop สินค้าที่ “โชว์” ได้ดี เช่น เสื้อผ้า เครื่องสำอาง อาหาร จะขายดีบนแพลตฟอร์มนี้
ถ้าคุณมีฐานลูกค้าใน LINE: เพิ่ม LINE MyShop ไว้ขายซ้ำและปิดการขายได้ง่ายกว่า marketplace ค่าธรรมเนียมต่ำกว่าและไม่ต้องแข่งราคากับร้านอื่น
ถ้าคุณขายในชุมชนหรือ COD: Facebook Shop ให้คุณขายตรงหาคนที่รู้จักคุณอยู่แล้ว ไม่ต้องสร้างฐานลูกค้าใหม่ตั้งแต่ต้น
ถ้าคุณอยากมีเว็บไซต์เอง แต่ไม่ถนัดภาษาอังกฤษ: ใช้ LnwShop ภาษาไทยทั้งระบบ ราคาถูก ซัพพอร์ตพูดไทย
ถ้าคุณสร้างแบรนด์พรีเมียมหรือขายต่างประเทศ: ใช้ Shopify ธีมสวย ระบบแข็งแรง ขยายได้ไม่จำกัด
คำแนะนำที่ดีที่สุด: เริ่มจาก marketplace (Shopee) เพื่อทดสอบตลาดและพิสูจน์ว่าสินค้าขายได้ พร้อมกับใช้ LINE หรือ Facebook ขายให้กลุ่มคนที่รู้จักคุณ เมื่อมียอดขายสม่ำเสมอแล้ว ค่อยเปิดเว็บไซต์ร้านเอง (LnwShop หรือ Shopify) เพื่อสร้างแบรนด์ระยะยาว ผู้ขายที่ประสบความสำเร็จมักใช้หลายช่องทางพร้อมกัน
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเริ่มต้น เลือกแพลตฟอร์มที่เหมาะกับตัวคุณวันนี้ แล้วค่อยเปลี่ยนหรือเพิ่มทีหลังได้เสมอ
คำถามที่พบบ่อย
แพลตฟอร์มไหนเหมาะกับมือใหม่ที่สุด?
Shopee เหมาะกับมือใหม่ที่สุดเพราะสมัครฟรี มีลูกค้าพร้อม ระบบจัดส่งในตัว และไม่ต้องสร้างเว็บไซต์เอง คุณจ่ายเฉพาะค่าคอมมิชชั่น 2-6% เมื่อขายได้ สำหรับคนที่อยากมีเว็บไซต์ร้านเป็นของตัวเอง LnwShop มีแพ็คเกจฟรีและระบบภาษาไทยทั้งหมด เริ่มต้นง่ายไม่ต้องมีความรู้เทคนิค
ค่าใช้จ่ายในการขายบน Shopee เท่าไร?
การสมัครเป็นผู้ขายบน Shopee ฟรี ค่าใช้จ่ายหลักคือค่าคอมมิชชั่น 2-6% ต่อออเดอร์ (ขึ้นอยู่กับหมวดสินค้า) ค่าธรรมเนียมการชำระเงิน 2% และค่าจัดส่ง (ส่วนหนึ่งอาจอุดหนุนโดย Shopee ในช่วงโปรโมชั่น) ไม่มีค่าสมัครหรือค่ารายเดือน จ่ายเฉพาะเมื่อขายได้จริง
ควรขายบน marketplace หรือเปิดเว็บไซต์เอง?
สำหรับมือใหม่ แนะนำให้เริ่มจาก marketplace (Shopee, Lazada) ก่อนเพราะมีลูกค้าพร้อมและไม่ต้องลงทุนค่าแพลตฟอร์ม เมื่อมียอดขายสม่ำเสมอแล้ว ค่อยเปิดเว็บไซต์ร้านเอง (LnwShop, Shopify) เพื่อสร้างแบรนด์และไม่ต้องจ่ายค่าคอมมิชชั่น ผู้ขายที่ประสบความสำเร็จมักขายทั้งสองช่องทางพร้อมกัน
LINE MyShop แตกต่างจาก Shopee อย่างไร?
LINE MyShop ขายผ่าน LINE OA ตรงถึงลูกค้าโดยไม่ต้องแข่งราคากับร้านค้าอื่น เหมาะกับคนที่มีฐานลูกค้าใน LINE อยู่แล้ว ค่าธรรมเนียม 3% ต่อออเดอร์ ตามข้อมูลจาก LINE Shopping ส่วน Shopee มีลูกค้าใหม่ที่ค้นหาสินค้า แต่ต้องแข่งราคามากกว่า ถ้าคุณมีคนติดตามใน LINE อยู่แล้ว LINE MyShop เพิ่มรายได้โดยไม่ต้องสร้างฐานลูกค้าใหม่
ก้าวต่อไป
พร้อมเลือกแล้ว? อ่านรีวิวเจาะลึกแต่ละแพลตฟอร์ม:
- รีวิว Shopify สำหรับผู้ขายไทย — ราคาเป็นบาท ฟีเจอร์ ข้อดีข้อเสีย คุ้มค่าหรือไม่
- รีวิว LnwShop — แพลตฟอร์มสัญชาติไทย ฟีเจอร์ ราคา เปรียบเทียบ Shopify
- วิธีเริ่มต้นธุรกิจออนไลน์ในไทย — คู่มือฉบับสมบูรณ์จากศูนย์จนถึงขายได้
- แหล่งสินค้าขายออนไลน์ — วิธีหาซัพพลายเออร์ที่ไว้ใจได้
